“Thaksin Curse” sparks fresh diplomatic row


Mon, January 29, 2007 : Last updated 22:46 pm (Thai local time)

Their languages are extremely polite yet subtle. The following
exchange between an official of the Thai Foreign Ministry and an EU
embassy underlines ongoing diplomatic tension between Bangkok and the
West in the wake of the September 19 coup. And analysts familiar with
the “Thaksin Curse” strongly believe that this is far, far from over.

Foreign affairs: friendship and challenges

Kulkumut Singhara na Ayudhaya

Last year was an extraordinary one for Thai people as we celebrated
the 60th Anniversary of His Majesty the King’s Accession to the Throne
as well as a pivotal point in Thai politics as our political gridlock
was untangled.

During Thailand’s prosperous times, our foreign friends rejoice.
Through our challenging moments, many show their goodwill and
understanding, while others merely point their fingers and preach.

Let me begin with the memory of the grave losses we all suffered when the tsunami swept across the Indian Ocean two years ago.

No one can deny that all Thai people extended their hearts and
hospitality to help those affected, regardless of nationality or
religion. The Thai government not only promptly accommodated our
friends’ requests, but also went all out to facilitate foreign rescue
efforts doing all we could from providing surveillance helicopter
around the clock, to expediting the opening of foreign consulate
offices in Phuket within a few days in order to send our friends and
their love ones home. The Thai people have shown their goodwill and
sincerity, and yet our benevolence has been looked upon with suspicion
by those we helped. It would be such a pity if we were to let our good
deeds be marred or diluted by these doubts. In any case, after
meticulous investigations conducted by the Thai police, I hope all
misunderstandings and mishandled claims will be cleared up in due
course so that we are able to regain the confidence of our foreign
friends.

Speaking of confidence, from my encounters with those in the
European private sector both in Thailand and abroad, I have come to
learn that they have much confidence in Thailand’s strong economic
fundamentals and continued progress in our political reform process.

After September 19, it is time to move forward toward a
strengthened Thai democracy. Some high business representatives from
European countries even offered to convey their direct experiences and
opinions to their governments about the political situation in
Thailand, to let them know that ours was not just another “textbook”
coup d’etat and, therefore, cannot be measured by any benchmark set by
foreign governments. It is ironic that the duty has fallen to foreign
businesspeople, rather than their embassies in Bangkok, to provide an
accurate account about Thailand to their governments.

Counting true friends in difficult times, I admire Ambassador
Ralph Boyce of the United States and Ambassador Zhang Jiuhuan of China
for consistently showing their goodwill towards Thailand.

I also appreciate the efforts of many European representatives
who have taken a positive stand on Thailand’s issues during European
Union consultations when others have been persistently opposed for one
reason or another. Time will prove that Thailand is in good hands and
on its way to a full-fledged democracy. Elections are expected before
the end of this year.

I believe that Thailand is on the right track and many friends
have made an effort to demonstrate their goodwill toward us, such as
the recent visits made by three former US presidents and a Thai-style
wedding ceremony by a high rank European official. Yet, I am saddened
to learn that some foreign VIPs have been advised by their embassies in
Bangkok to cancel personal trips to Thailand. Hopefully, positive
indications of Thailand’s political progress will convince these people
to change their stance before long. In 2007, Germany will assume the EU
presidency for the first six months, followed by Portugal. Looking back
to our respective histories, Germany and Thailand share some painful
lessons that elections do not always lead to so-called “democracy” and,
with support and understanding from friends and allies, one can bounce
back and be stronger than before. Throughout Germany and Thailand’s
long lasting relations, Germany has proven to be our trustworthy
European partner.

Therefore, I very much hope that under Germany’s leadership, the
relationship between Thailand and the EU relationships will be more
constructive than in the past.

แปลไทยโดย สมาชิก WNC

คำสาปของทักษิณ ทำให้เกิดข้อขัดแย้งทางการฑูต

แม้ภาษาที่ใช้ในการโต้เถียงกันในครั้งนี้ เป็นภาษาที่สุภาพที่สุดแต่กระนั้นความขัดแย้งก็แสดงออกอย่างแจ่มชัด จดหมายสองฉบับข้างล่างนี้เป็นการโต้ตอบกันระหว่างเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศไทย และ เอกอัครราชฑูตของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการฑูตระหว่างกรุงเทพฯ และตะวันตก ในกรณีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน นักวิเคราะห์ผู้ซึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับคำสาปของทักษิณเชื่อมั่นว่า ความขัดแย้งครั้งนี้จะไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน

การต่างประเทศ: มิตรภาพและความท้าทาย
โดย นาย กุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงต่างประเทศ ความเห็นข้างล่างนี้เป็นความเห็นส่วนตัว มิได้เป็นความเห็นในนามรัฐบาลไทย

ปีที่แล้วเป็นปีที่พิเศษสำหรับชาวไทย เนื่องจากเป็นปีที่เราเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และยังเป็นปีที่การเมืองไทยเข้าสู่จุดสำคัญ เนื่องจากทางตันทางการเมืองได้ถูกผ่าออกจนได้
เมื่อประเทศไทยของเราอยู่ในคราวเจริญรุ่งเรือง เพื่อนของเราก็มาร่วมยินดีมีสุข แต่เมื่อเราถึงคราวคับขัน เพื่อนหลายคนก็แสดงน้ำใจและให้ความเข้าใจแก่เรา ในขณะที่เพื่อนบางคนกับชี้นิ้วตราหน้าเรา และสั่งสอนอบรมเรา

ขอให้ผมได้เริ่มจากความทรงจำของการสูญเสียที่เราทั้งหมดได้รับร่วมกัน เมื่อคลื่นสึนามิ ได้พัดพาจากมหาสมุทรอินเดียเข้าสู่ชายฝั่งไทย เมื่อสองปีที่แล้ว ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าคนไทยทั้งหมด ได้ทุ่มเทแรงใจ และความโอบอ้อมอารีในฐานะเจ้าบ้าน เพื่อช่วยผู้ประสบเคราะห์ โดยไม่เลือกสัญชาติ หรือศาสนา รัฐบาลไทยไม่เพียงแต่ตอบสนองการร้องขอความช่วยเหลือของเพื่อนในทันที แต่เรายังช่วยให้ความสะดวกทุกประการเท่าที่จะเป็นไปได้ ในการให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติ ตั้งแต่ให้เฮลิคอบเตอร์ออกบินตลอด 24 ชั่วโมง จนถึงการจัดการอนุญาตให้เปิดสถานกงสุลที่ภูเก็ตอย่างเร่งด่วน ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันหลังเกิดเหตุการณ์ เพื่อช่วยส่งให้เพื่อนและผู้เป็นที่รักของเพื่อนของเรากลับบ้าน ชาวไทยได้แสดงความปรารถนาดี และความจริงใจต่อเพื่อน แม้กระนั้นความเอื้ออารีของเราก็ถูกมองข้ามด้วยความสงสัยจากผู้ที่เราช่วยเหลือ จะเป็นที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งหากการทำดีของเราจะต้องมาเปรอะเปื้อน หรือถูกทำให้ด้อยค่าลงด้วยข้อข้องใจต่างๆ เหล่านี้ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ตำรวจไทยได้ทำสืบสวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมหวังว่าความเข้าใจผิดต่างๆ จะถูกแก้ไขในไม่ช้า เพื่อที่เราจะได้รับความเชื่อมั่นจากเพื่อนต่างชาติของเรากลับคืนมา

เมื่อกล่าวถึงความเชื่อมั่น หลังผมได้พบกับภาคเอกชนยุโรป ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ผมก็ได้รับทราบว่าพวกเขามีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของพื้นฐานเศรษฐกิจไทย และการที่การปฏิรูปทางการเมืองของเรามีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

หลังเหตุการณ์วันที่ 19 กันยายน ก็เป็นเวลาที่เราจะเดินไปข้างหน้า เพื่อสร้างประชาธิปไตยของเราให้เข้มแข็ง ตัวแทนธุรกิจระดับสูงบางคนจากประเทศในทวีปยุโรป ถึงกับเสนอที่จะเป็นผู้สื่อสารกับรัฐบาลของตัวเอง โดยใช้ประสบการณ์และความคิดของตน เพื่อให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปได้เข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ว่าการรัฐประหารในประเทศไทย ไม่เหมือนการรัฐประหารในประเทศอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปตามตำรา ดังนั้นรัฐบาลต่างชาติจะมาใช้มาตรฐานของตนมาวัดการรัฐประหารครั้งนี้มิได้ มันช่างน่าแปลก ที่การอธิบายปรากฎการณ์รัฐประหารในประเทศไทยแก่รัฐบาลต่างชาติด้วยความเข้าใจอย่างถูกต้องดังกล่าว กลับตกอยู่ในมือของนักธุรกิจ ไม่ใช่ในมือของสถานฑูตต่างชาติในประเทศไทย

เมื่อพูดถึงเพื่อนในยามยาก ผมขอแสดงความชื่นชมเป็นอย่างสูงต่อท่านเอกอัครราชฑูต ราล์ฟ บอยซ์ แห่งสหรัฐอเมริกา และท่านเอกอัครราชฑูต จาง จิวหวน แห่งประเทศจีน สำหรับการแสดงความปรารถนาดีต่อประเทศไทยมาโดยตลอด

ผมขอแสดงความขอบคุณความพยายามของตัวแทนจากยุโรปหลายประเทศในระหว่างการประชุมสหภาพยุโรป ที่ได้แสดงจุดยืนที่เป็นบวกต่อการพัฒนาการทางการเมืองไทย ในขณะที่บางประเทศกลับมีท่าทีต่อต้านประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศไทยได้อยู่ในกำมือของคนที่เหมาะสมแล้ว และประเทศไทยก็กำลังก้าวไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มตัว เราจะมีการเลือกตั้งก่อนสิ้นปีนี้

ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยกำลังเดินไปในแนวทางที่ถูกต้อง และเพื่อนของเราหลายๆ ประเทศก็ได้พยายามที่จะแสดงความปรารถนาดีต่อเรา เช่นการเยือนประเทศไทยจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐทั้งสามท่าน เมื่อเร็วๆ นี้ และการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงชาวยุโรปได้เดินทางมาจัดพิธีแต่งงานตามประเพณีไทย แต่ผมก็เศร้าใจเมื่อได้รับทราบว่าชาวต่างชาติระดับวีไอพีบางคน ได้รับคำเตือนจากสถานฑูตของประเทศของพวกเขาในกรุงเทพฯ ให้งดเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ผมหวังว่าสัญญาณที่เป็นบวกในเรื่องความก้าวหน้าทางการเมืองของไทย จะทำให้คนเหล่านี้เปลี่ยนใจในไม่ช้า

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2550 นี้ ประเทศเยอรมันนี จะเข้ารับตำแหน่างประมุขของสหภาพยุโรป แล้วจะต่อด้วยประเทศโปรตุเกส เมื่อมองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา เยอรมันนีและประเทศไทยล้วนแต่เป็นประเทศที่มีบทเรียนร่วมกันในเรื่องที่ว่า การเลือกตั้งมิได้นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตย และการที่ถึงแม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนและความเข้าใจจากเพื่อน ประเทศของเราก็สามารถพัฒนาได้และกลับมาเข้มแข็งมากกว่าที่เคยเป็นอยู่เสียอีก ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ของเราทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ประเทศเยอรมันนีได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าท่านเป็นมิตรแท้ฝ่ายยุโรปของเรา

ดังนั้นผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายใต้การนำของเยอรมันนี สัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรปจะเป็นไปในทางสร้างสรรค์กว่าที่ผ่านมา
Kulkumut Singhara Na Ayudhya is the director-general of the
Foreign Ministry’s European Affairs Department. The views expressed in
this article are personal and do not reflect the official position of
the Royal Thai Government.

Letter to the editor “The Nation”

by the German Ambassador, Dr Christoph Bruemmer

Under “Foreign Affairs: friendship and challenges” (Jan 27) Kulkumut
Singhara Na Ayudhya, the esteemed Director General of European Affairs
at the Foreign Ministry, offered some remarkably straightforward
observations.

Representing the EU presidency and as Ambassador of Germany I feel entitled to a clarifying answer.

Dear Khun Kulkumut: For us Europeans Thailand is (and remains to
be) not only one of the most important regional players in South East
Asia but also a friendly country. It is only against this basic
assumption that you should evaluate the European common reaction to the
coup in Thailand (EU-statement of September 29, 2006). If we are not
ready to embrace a military take-over as something positive per se you
should not blame us but ask about your own realities first. In other
words: I would like to hope that our concerns about democracy in
Thailand are first of all your own concerns. Lamentations about good
and not so good friends are missing the point.

As head of the European Affairs Department you should know: It
is the formulated and expressed common EU-policy which counts – as
difficult and divisive the decision and expressed common EU-policy
which counts – as difficult and divisive the decision making process
leading up to it sometimes proves to be. The various groups of EU
diplomats including Heads of Mission convening at least once a month
also here in Bangkok are bodies and instruments of excellent
consultation, co-operation and fine-tuning of common assessments and
recommendations to capitals and to Brussels. The highly successful and
commendable Finnish presidency just handed over to Germany. I wonder
how there could be a “more constructive leadership”.

To you denigrating “any benchmark set by foreign governments”:
You should know, that it was PM Surayud Chulanont himself who – in an
early stage of his government and in reaction to our expressed interest
in a speedy return to democracy in Thailand – told European
ambassadors: “Your benchmarks are my benchmarks.”

Needless to mention that we liked this kind of understanding
because it reconfirms the common ground and lacks any self-complacency.

Secondly you seem to perceive an overriding “business-as-usual”
and affirmative approach in the foreign business community in Thailand.
I refrain from lengthy comments. I just would like to ask you not to
underestimate growing concern in this field. But again: It is a
basically friendly concern and I appreciate very much the Prime
Minister having just made it clear that Thailand wants to keep
credentials as a country open and friendly towards foreign economic
engagement.

Thirdly you are putting the blame on people like me having asked
for an independent audit concerning certain allegations about possible
misuse of Tsunami-related funds. Dear Khun Kulkhumit, please don’t
tarnish the excellent record of Thai-foreign Tsunami related relief
co-operation. This was a prime example for what can be achieved by the
spirit of sympathy and friendship in times of disaster. And this praise
which I would not like to see diminished includes, of course, the
highly professional end extremely successful cooperation of
international and Thai police forces to identify the victims. In
comparison the mentioned allegations and our humble request to clear
things up have a very limited proportion.

More important, however, and you should know about it, they were
allegations from Thai sources on which we could not close our eyes.

So, my final request to you, Khun Kulkumut: Don’t ask from your
friends to close their eyes. But even more important and first of all:
Don’t put into question our friendship either.

Yours sincerely,

Christoph Bruemmer,

Ambassador of Germany.
แปลไทยโดย สมาชิก WNC

จดหมายถึง บ.ก. หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น

จากเอกอัครราชฑูตเยอรมันประจำประเทศไทย ดร. คริสตอฟ เบรมเมอร์

ในข้อเขียนเรื่อง การต่างประเทศ: มิตรภาพและความท้าทาย (27 ม.ค.) กุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา อธิบดีกรมยุโรป แห่งกระทรวงต่างประเทศไทย ได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการอย่างตรงไปตรงมา
ผมขอตอบข้อสังเกตดังกล่าว ทั้งในฐานะตัวแทนของประมุขสหภาพยุโรป และในฐานะเอกอัครราชฑูตเยอรมันประจำประเทศไทย

เรียนคุณกุลกุมุท

สำหรับเราชาวยุโรป ประเทศไทยนอกจากจะเป็น (และยังคงเป็น) ประเทศหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังเป็นมิตรประเทศอีกด้วย สิ่งที่คุณประเมินเกี่ยวกับปฏิกริยาของสหภาพยุโรปต่อการรัฐประหารในประเทศไทย (คำแถลงการณ์ของ สหภาพยุโรป วันที่ 29 กันยายน 2549) นั้น เป็นไปในทางขัดแย้งกับสิ่งดังกล่าวข้างต้น หากเราไม่ร่วมนิยมยินดีต่อการยึดอำนาจโดยกองทัพ ว่าเป็นสิ่งที่ดี คุณไม่ควรจะตำหนิเรา แต่ควรจะยอมรับความเป็นจริงกับตัวเองก่อน กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมอยากจะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความกังวลใจของเราต่อประชาธิปไตยในประเทศไทยนั้น เป็นความกังวลเดียวกันกับความกังวลใจของประเทศไทย การที่พร่ำเพ้อเกี่ยวกับเพื่อนที่ดีและเพื่อนที่ไม่ค่อยดีนั้น เป็นการพูดที่หลงประเด็น

ในฐานะที่เป็นอธิบดีกรมยุโรป คุณควรจะทราบดีว่านโยบายออกมาเป็นมติร่วมจากสหภาพยุโรปเท่านั้น ที่ถือเป็นท่าทีอย่างเป็นทางการของสหภาพยุโรป — ไม่ว่าเบื้องหลังการลงมติต่อนโยบายนั้นจะมีความขัดแย้งกันในหมู่สมาชิกอย่างไรก็ตาม — แม้ว่ากระบวนการตัดสินใจในนโยบายดังกล่าวจะยากลำบากและขัดแย้งกันอย่างมากก็ตาม กลุ่มนักการฑูตสหภาพยุโรปหลายคณะ รวมทั้งหัวหน้าคณะ ที่ได้ประชุมกันเดือนละหนึ่งครั้ง ที่กรุงเทพฯ นี้ด้วย ล้วนเป็นบุคลากรและมือไม้ของสหภาพยุโรป ในการให้คำแนะนำปรึกษา ร่วมมือ และประเมินสถานการณ์ทั่วไปโดยละเอียด สู่กรุงบรัสเซลล์ เมืองหลวงของสหภาพยุโรป ประเทศฟินแลนด์เพิ่งจะส่งผ่านวาระการเป็นประมุขของสหภาพยุโรปมาสู่ประเทศเยอรมันนี ซึ่งในวาระของประเทศฟินแลนด์ก็ได้ทำหน้าที่ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูง และน่าชื่นชมยกย่องเป็นอย่างยิ่ง ผมสงสัยว่าการที่จะทำหน้าที่ “ผู้นำอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น” กว่าที่ประเทศฟินแลนด์ได้ทำนั้นจะทำได้อย่างไร

สำหรับการที่คุณได้กล่าวในเชิงทับถม เกี่ยวกับ “มาตรฐานของรัฐบาลต่างชาติ” ว่าไม่สามารถนำมาใช้กับเหตุการณ์ในประเทศไทยได้นั้น คุณควรจะทราบดีว่า นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จุลานนท์ ของคุณ ได้เป็นผู้กล่าวไว้เอง ในช่วงเริ่มต้นของรัฐบาลปัจจุบัน หลังจากที่เราได้แสดงให้ทราบว่าเราต้องการเห็นการกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยของประเ
ทศไทยโดยด่วน นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้กล่าวกับคณะเอกอัครราชฑูตจากสหภาพยุโรปว่า “มาตรฐานของคุณก็คือมาตรฐานเดียวกับของผม”
ผมคงไม่ต้องกล่าวว่า เราชอบคำตอบด้วยความเข้าใจแบบนี้ เพราะมันย้ำให้เราเชื่อว่า ประเทศทั้งสองมีจุดยืนร่วมกัน และยังเป็นการตอบที่ไม่หยิ่งยโสอีกด้วย

ประการที่สอง ดูเหมือนคุณจะสัมผัสได้ว่านักธุรกิจต่างชาติส่วนใหญ่ในประเทศไทย ต่างทำธุรกิจกันตามปกติ และมีปฏิกริยาในเชิงบวกต่อสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งผมจะไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ให้ยืดยาวไป แต่ผมอยากจะขอให้คุณอย่าได้ประเมินความกังวลของนักธุรกิจที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย
ๆ ต่ำเกินไป ซึ่งความกังวลต่างๆ ก็เป็นความกังวลอย่างเป็นมิตร และผมก็รู้สึกขอบคุณอย่างมากต่อการที่ นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ เพิ่งจะกล่าวอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยยังต้องการมีเครดิตว่า เป็นประเทศที่เปิดและเป็นมิตรต่อการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ

ประการที่สาม คุณกำลังตำหนิคนอย่างผม ในการที่ทวงถามให้มีการตรวจบัญชีจากนักบัญชีที่เป็นกลาง สำหรับการกล่าวหาว่ามีการใช้เงินช่วยเหลือภัยพิบัติ สึนามิ อย่างผิดจุดประสงค์ คุณกุลกุมุทที่รัก ขอได้โปรดอย่าทำให้ความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมระหว่างประเทศไทยกับต่างชาติในเรื่องการ
บรรเทาทุกข์สึนามิ ต้องมาแปดเปื้อนเลย กรณีนี้เป็นตัวอย่างอันประเสริฐ ของความสำเร็จ ที่มาจากการมีสปิริต และความเห็นอกเห็นใจกันของเพื่อนในยามเกิดภัยพิบัติ และความน่าสรรเสริญนี้ ซึ่งผมไม่อยากจะเห็นมันสูญหายไป จะต้องยกให้กับการร่วมมือกันอย่างมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จระหว่างนานาชาติ กับตำรวจไทย ในการพิสูจน์ศพ สิ่งที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ จะเอามาเปรียบกับข้อกล่าวหาในการใช้เงินผิดประเภท และในการที่เราร้องขออย่างถ่อมตัวให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาดังกล่าว ไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตามที่สำคัญมากกว่านั้น และคุณควรจะทราบดีก็คือ ข้อกล่าวหาเหล่านั้นมาจากฝ่ายไทยเอง ซึ่งสิ่งที่เราทำก็เพียงแต่ ไม่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เท่านั้นเอง

ดังนั้นสำหรับการขอร้องเรื่องสุดท้ายจากผมถึงคุณ คุณกุลกุมุท ก็คือ อย่าขอให้เพื่อนของคุณปิดหูปิดตา และยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อย่าสงสัยในมิตรภาพระหว่างเราอีกด้วย

คริสตอฟ เบรมเมอร์
เอกอัครราชฑูตเยอรมันนี

powered by performancing firefox

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: