THAILAND: MILITARY COUP – One month on, fact vs. fiction

AS-258-2006
October 19, 2006. 19 ตุลาคม 2549 ( 1 เดือนหลักรัฐประหาร )

A Statement by the Asian Human Rights Commission
แถลงการขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ( AHRC )

THAILAND: MILITARY COUP – One month on, fact vs. fiction
ประเทศไทย : รัฐประหาร : หนึ่งเดือนกับ, เรื่องจริง และ เรื่องโกหก

It
is now one month since the armed forces of Thailand under General
Sonthi Boonyaratglin took power on September 19. Since that time, the
coup group and government officials have been creating a fictional
version of what they have done, are doing and will do. To mark this
occasion, the Asian Human Rights Commission lists some of the bigger
fictions, and contrasts them with fact.

ขณะนี้ครบ 1
เดือนบับแต่กลุ่มติดอาวุธของไทย นำโดย พล.อ. สนธิ บุญรักลิน
เข้ายึดอำนาจเมื่อ 19 กัยายายน
นับแต่นั้นมากลุ่มรัฐประหารและเจ้าหน้าของรัฐบาลได้สร้างเรื่องโกหกในสิ่งที่พวกเขาท
ำ กำลังทำ และ สิ่งที่จะทำต่อไป AHRC ได้สรุปโกหกคำโต โดยเปรียบเทียบกับความเป็นจริง

FICTION: “There was no other way to avert a national tragedy”

เรื่องโกหก : “ไม่มีทางเลือกอื่น ในการแก้ปัญหาของชาติ”

FACT:
The military regime has not produced any evidence to show that
widespread violence was imminent, as it has claimed. There were
certainly worrying conflicts, some of them planned, between supporters
and opponents of the caretaker government of Pol. Lt. Col. Thaksin
Shinawatra. However, there is nothing to prove that these would have
threatened national security. Large-scale protests were set to resume,
but those held earlier in the year had ended without any public
disturbances. Meanwhile, the courts had been working to overcome
obstacles to new elections, and had been taking up petitions with good
progress and public support. The spectre of grave national instability,
which has been conjured up by dictators throughout modern history as a
routine pretext to obtain power by force, lacks believability.

ความจริง: กลุ่มปกครองทหารนี้ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะเป็นอันตรายอย่างท
ี่ถูกอ้าง
แน่นอนว่าได้มีความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้ง
ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนและคัดค้านรัฐบาลรักษาการณ์ พ.ต.ท. ดอกเตอร์
ทักษิณ ชินวัตร
อย่างไรก็ตามไม่มีสิ่งพิสูจน์ว่าสิ่งเหล่านี้ได้คุกคามความมั่นคงปลอดภัยของชาติ
กลุ่มต่อต้านได้วางแผนการชุมนุมครั้งใหม่
แต่พวกเขาก็เคยได้ทำเช่นนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาและก็จบลงด้วยดี
ขณะเดียวกันศาลก็ได้หาทางออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่
ได้มีการออกพระราชกฤฏีกาและทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี
พร้อมกับการขานรับของทุกฝ่าย
ภาพของความเลวร้ายของประเทศที่อาจกระทบความมั่งคง
ที่ถูกปลุกโดยกลุ่มเผด๊จการโดยใช้ประวัติศาสตร์เป็นข้ออ้างเพื่อยึดอำนาจด้วยกำลัง
เป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้


FICTION: “The majority of people in Thailand support the coup”

รื่องโกหก: “ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนกลุ่มรัฐประหาร”

FACT:
There is no way to verify this statement. The coup group has used
images of people in Bangkok giving flowers and food to soldiers as
propaganda, nationally and internationally, to claim that it had
popular backing. But opponents and critics of the coup have been banned
from organising protests or other actions. A taxi driver who sprayed
his vehicle with protest slogans and drove it into a tank at high speed
later said from hospital that he was not a strong supporter of the
previous government, but he had been upset at all the flowers and
smiling troops giving the impression that there were not many people
who disagreed with the coup. Talk shows, community radio stations,
websites and other avenues for free public expression have been shut
down or closely monitored. The media has been ordered to “cooperate”
with the regime, and has largely complied.

เรื่องจริง:ไม่มีทางที่จะพิสูจน์ประโยคข้างต้นว่าจริง.
กลุ่มรัฐประหารได้ใช้ภาพของคนในกรุงเทพฯกำลังส่งดอกไม่และอาหารให้กับทหาในการทำโฒษณ
าชวนเชื่อทั้งในและต่างประเทศว่าพวกเขาได้รับการสนันสนุอย่างท่วมท้น
แต่ผู้ไม่เห็นด้วยและนักวิพากวิจารณ์ทั้งหลายกลับถูกห้ามต่อต้านและห้ามดำเนินกิจกรร
มทุกรูปแบบ
คนขับแท็กซี่ที่พ่นรถด้วยสเปรพร้อมข้อความต่อต้านและพ่งชนรถถังด้วยความเร็ว
ภายหลังได้กล่าวจากโรงพยาบาลว่าเขารู้สึกหัวเสียกับภาพที่เห็นซึ่งเป็นสิ่งที่อีกหลา
ยคนไม่เห็นด้วยกับคณะรัฐประหาร
รายการแสดงความเห็น, วิทยุชมชน, เวปไซด์ และ
แหล่งต่างๆที่สำหรับให้ประชาชนได้แสดงความเห็นถูกปิดกั้น
หรือไม่ก็ถูกจับตามอง สื่อต่างๆถูกสั่งให้”ร่วมมือ”กับคณะปกครอง
และส่วนใหญ่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย

FICTION: “The military will step down after one month”

เรื่องโกหก : “กลุ่มทหารนี้จะคืนอำนาจหลัง 1 เดือน”

FACT:
The coup group, renamed the Council for National Security, is set to
remain in power until a new government is elected; at least one year.
In the meantime, its leadership has done exactly what it accused the
previous government of having done: it has promoted its own people to
positions of authority. General Sonthi has himself also become director
of the powerful Internal Security Operations Command, a post normally
reserved for the prime minister.

ความจริง: กลุ่มรัฐประหาร,
ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมัชชาความมั่งคงแห่งชาติ,
ได้กำหนดให้คงอำนาจไว้จนกว่ารัฐบาลใหม่ได้รับการคัดเลือก
อย่างน้อยที่สุดก็ 1 ปี ขณะเดียวกัน
ผู้นำของกลุ่มได้ทำในสิ่งที่ได้เคยกล่าวหารัฐบาลที่แล้ว
พวกเขาให้คนของตนเองเข้าทำงานในตำแหน่งที่มีอำนาจ พล. อ.
สนธิเองได้เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความมั่นคงภายใน
ตำแหน่งซึ่งปกติเป็นของนายกรัฐมนตรี


FICTION: “A civilian prime minister will be selected within two weeks”

รื่องโกหก: “นายกรัฐมนตรีที่เป็นพลเรือนจะถูกเลือกภายใน 2 สัปดาห์”

FACT:
The new prime minister is a retired careerist general and personal
friend and colleague of the coup leaders who led troops involved in the
May 1992 massacre, for which no military officers have ever been called
to account.

เรื่องจริง : นายกรัฐมนตรีคนใหม่คือนายพลนอกราชการ
และเป็นเพื่อนสนิทร่วมงานกับกลุ่มรัฐประหาร
บุคคลนี้เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฆ่าประชาชนในเหตุการพฤษภาทมิฟ 2535
บุคคลซึ่งในวงการทหารไม่ให้การยอมรับ

FICTION: “An interim civilian legislature will include persons from all social sectors”
รืองโกหก: “สภาชั่วคราวจะประกอบด้วยบุคตคลจากทุกสาขาอาชีพ”
FACT:
The interim legislature has been rightly named “the assembly of
generals”. Out of 242 of the 250 members named so far, 76 are serving
or retired generals and senior officers. Most other members are
bureaucrats, businesspeople and some academics. By contrast, there is
one labour representative, and four from political parties.
รื่องจริง:
สภาชั่วคราวนี้ ควรได้รับการตั้งชื่อจริงว่า “แหล่งรวมนายพล”
จนขณะนี้รับการแต่งตั้งแล้ว 242 คน จากทั้งหมด 250 คน, 76
คนเป็นนายพลที่ไห้การสนับนุนหรือนายพลนอกราชการและเจ้าหน้าที่ระดับสูง
สมาชิกส่วนใหญ่ที่เหลือเป็นข้าราชการ, นักธุรกิจ และนักวิชาการ
ตรงกันข้าม, มีเพี่ยงตัวแทนผู้ใช้แรงงาน เพียง 1 คน และนักการมืองเพียง 4
คน

FICTION: “The military will be placed under the interim
constitution and the Council for National Security will be limited to
specific security issues”
เรื่องโกหก:”ทหารจะถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราว
และ สมัชชาความมั่งคงแห่งชาติ จะดูแลเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่งคงเท่านั้น”

FACT:
The coup group is above the constitution; everyone else is below it.
This is a traditional form of constitutionalism in Thailand. Only the
1997 Constitution was placed above all persons, because it was written
in collaboration with the people and for the people, not by persons
handpicked by generals, for generals. The interim constitution makes
the Council for National Security the most powerful body in Thailand,
with the means to control every aspect of the country’s political
workings while the law remains in effect. The legislature and other
bodies it is setting up are merely its proxies.

เรื่องจริง:
กลุ่มรัฐประหารอยู่เหนือรัฐธรรมนูณ;คนอื่นๆอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
สิ่งนี้เป็นแนวทางแบบดั้งเดิมของการร่างธรรมนูญในไทย มีเพียงรัฐธรรมนูญปี
2540 เท่านั้นเป็นรัฐธรรมนูญสูงสุดอย่างแท้จริง
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะรัฐธรรมฉบับนี้ได้รับการร่างโดยความร่วมือโดยประชาชนและเพื่อปร
ะชาชน
ไม่ใช่โดยกลุ่มบุคคลทึ่งเลือกแต่พวกนายพล เพื่อพวกนายพล
รัฐธรรมนูญชั่วคราวนี้ได้ให้อำนาจ
สมัชชาความมั่นคงแห่งชาติมีอำนาจสูงสุดในประเทศ
ซึ่งหมายถึงสามารถควบคุมการทำงานการเมืองของทุกอย่าง
รัฐสภและทุกคนที่ได้รับการแต่งตั้งล้วนเป็นเพียงร่างทรงเท่านั้น

FICTION: “The interim constitution will fully guarantee civil liberties and rights”

เรื่องโกหก :”รัฐธรรมนูญชั่วคราวจะรับประกันสิทธิ์และเสรีภาพ”

FACT:
The interim constitution has no guarantees of rights and liberties. A
generic provision protecting human dignity and rights as per customary
practice and international obligations is meaningless, as it is without
substance, lacks any institutional means for enforcement and is anyhow
contradicted by reality.

เรื่องจริง:
รัฐธรรมนูญชั่วคราวนี้ไม่สามารถรับประกันสิทธิ์และเสรีภาพได้อีกต่อไป
บัทบัญญัติในการปกป้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างที่เคยถือเป็นประพณีปฏิ
บัติ และเป็นข้อตกลงนานาชาติถูกทำให้ไร้ความหมาย เมื่อมันไม่มีสาระใด, ขาดจากธรรมเนียมปฎิบัติเล้วนแต่ทำให้ไม่สามารถเป็นจริงได้

FICTION: “Many law experts looked at the interim constitution and were very happy”

เรืองโกหก : “ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคนได้ยอมรับรัฐธรรมนูญชั่วคราวนี้และทุกคนเห็นด้วย”

FACT:
The advices of law experts on the interim constitution were largely
ignored. The version passed is virtually identical to the interim
constitution of the 1991 coup group. It has been strongly and
repeatedly criticised by law experts.

รื่องจริง :
คนแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคนต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวนี้ไม่ได้รับการใส่ใจ
เนื่อหารัฐธรรมนูญนี้ได้นำมาจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวของคณะรัฐประหาร ฉบับปี
2534 เรื่องนี้ได้รับการวิพากวิจารณ์อย่างมากจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

FICTION: “General elections will be held within one year, if not sooner”

เรื่องโกหก : “การเลื่อกตั้งทั่วประเทศจะมีขึ้นภายใน 1 ปี เป็นอย่างช้า ”

FACT:
The minister responsible for the office of the prime minister has
estimated that it may be 17 months before elections can be held. Like
its predecessors, the military regime is now looking for ways to extend
its tenure.

เรื่องจริง: รัฐมรตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ได้ประมาณการไว้อาจจะเป็น 17 เดือน ก่อนมีการเลือกตั้ง
เหมือนรุ่นพี่ของพวกเขา,
คณะปกครองทหารนี้กำลังหาทางยื่นระยะเวลาการครอบคองออกไป

FICTION: “One of the first tasks of the interim government will be to end martial law”

เรื่องโกหก : “หนึ่งในงานแรกของรัฐบาลชั่วคราวนี้ คือจะยกเลิกกฎอัยการศึก”

FACT:
The clear intention of the junta is to retain martial law for as long
as possible, in order to prevent persons associated with the former
government from organising against it. Meanwhile, emergency regulations
remain in force in the south, despite the government’s claims that it
seeks peace with insurgent groups there, and the earlier condemnation
of these regulations by a United Nations rights expert. The regulations
could also at any time be put in force anywhere else in the country, in
lieu of martial law.

เรื่องโกหก:
เห็นชัดแล้วว่าความตั้งใจของคณะปกครองนี้พยายามคงกฎอัยการศึกไว้ให้นายเท่าที่ทำได้
เพื่อป้องกันกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่แล้วดำเนินการต่อต้าน
ขณะที่กฎหมายภาวะฉุกเฉินยังมีผลบังคับในภาคใต้
โดยรัฐบาลสามารถอ้างเพื่อหาทางนำความสงบและต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย
แม้จะมีการคัดค้านกฎหมายเหล่านี้ของนักสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก่อนหน้านี้
กฎเหล่านี้ก็สามารถนำไปบังคับใช้ได้ทุกที่ในประเทศไทย แทนกฎอัยการศึก

FICTION: “The courts are independent”

เรื่องโกหก : “ศาลยังคงความเป็นอิสระ”

FACT:
The Constitutional Court has been recomposed as a tribunal and set the
task of finalising earlier cases on constitutional violations by
political parties. Like military regimes the world over, the coup group
is messing with the higher judiciary for its own purposes, with the
consequence that the entire judicial system is compromised.

เรื่องโกหก
: ศาลรัฐธรรมนูญถูกเกลี้ยกล่อมเพื่อให้ตัดสินคดี
และถูกกำหนดผลลัพธ์ของคดีของพรรคการเมืองที่ผิดต่อรัฐธรรมนูญที่เกิดก่อนหน้านี้
เหมือนทหารทำการปกครองทั้งโลก,
กลุ่มรัฐประหารเข้าไปแซกแซงตุลาการระดับสูงเพื่อให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ
สิ่งที่ตามมาคือระบบตุลาการทั้งหมดอยู่ในภาวะอ่อนแอหมดความเชื่อถือ

FICTION: “The government will continue to meet all its international obligations”

เรืองโกหก : “รัฐบาลจะคงรักษาข้อตกลงที่ได้ทำกับนานาชาติ”

FACT:
Thailand’s international human rights obligations were underpinned by
the 1997 Constitution. In its absence, there is no legal foundation for
compliance, and the institutions for protection of human rights in
Thailand have been sorely damaged. Ongoing restrictions to freedom of
speech, assembly, movement and other civil rights all breach
international law, as does the amnesty that the coup leaders have
granted themselves.

เรื่องจริง :
ข้อตกลงด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยได้รับการส่งเสริมจากรัฐธรรมนูญ 2540
( รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน) เมื่อรับธรรมนูญนี้ถูกฉีก
ก็ไม่เหลือสาระใดๆในทางกฎหมายเพื่อนำไปปฎิบัติอีกต่อไป
และสถาบันเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในไทยก็ถูกทำลายอย่างราบคาบ
นอกจากนี้ยังคงมีการจำกัดเสรีภาพของการพูด, การรวมกลุ่ม, การเคลื่อนไหว
และสิทธิ์ของพลเรือน ทุกอย่างล้วนขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ
รวมทั้งการอภัยโทษซึ่งหัวหน้ากลุ่มรัฐประหารได้ออกฎหมายให้กับตนเอง

FICTION: “This is only a brief intervention to restore and strengthen democracy”

เรื่องโกหก : “เป็นการแซกแซงระยะสั้นๆ เพื่อนำประชาธิปไตยกลับมาและทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

FACT:
This is the biggest fiction of them all. It is also patent nonsense.
Democracy is not strengthened by military coups. Nor does this coup
group have any such intention. Having scrapped the only truly
democratic constitution that the country ever had, however imperfect,
it is now acting to reinforce established authority against the growth
of other parts of society which were outside of its control. As the
Asian Human Rights Commission has repeatedly said since September 19,
the true intention of the coup group is to restore and strengthen the
role of the armed forces in the political life of Thailand. This is the
opposite of democracy.

รื่องจริง: สิ่งนี้เป็นการโกหกคำโตที่สุด
เป็นเรื่องไร้สาระอย่างมาก
ประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่ทำให้แข๊งแกร่งโดยคณะรัฐประหารหรือจากความตั้งใจใดๆของคณะร
ัฐประหาร มันเป็นเพียงทำลายทิ้งซึ่งรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดที่ประเทศนี้มีมาแม้จะไม่สมบูรณ์ที่
สุด ในขณะเดียวกันก็กำลังแสดงถึงการเร่งแต่งต้งบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มอื่นๆเพื่อจ
ำกัดการเติบโตของกลุ่มนั้นๆที่ตนไม่สามารถควบคุมได้
ดังที่ AHRC ได้ย้ำตั้งแต่ 19 กันยายน ว่า
ความตั้งใจจริงของกลุ่มรัฐประหารนี้ก็เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มที่มีอาวุธ(
ทหาร ) ในบทบาททางการเมืองของไทยต่อไป ซึ่งสิ่งนี้ตรงกันข้ามกับ
ประชาธิปไตย

The generals have in the past month successfully
consolidated their power. Having spread its fictions for one month,
there are many more to come. Thailand is now in even greater danger
than it was on September 19. The Asian Human Rights Commission joins
with all persons in Thailand who are struggling against the coup, and
reiterates its calls made a day after the takeover, with an added sense
of urgency:

กลุ่มนายพลทั้งหลาย
ได้ประสบความสำเร็จในการรวบรวมกำลังในระยหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
พร้อมทั้งได้กระจายเรื่องโกหกมาทั้งเดือนและ ยังมีอีกหลายสิ่งตามมา
ประเทศไทยขณะนี้อยู่ในภาวะอัตรายมากกว่าเมื่อ 19 กัยยายน AHRC
ขอร่วมมือกับทุกคนในประเทศไทยที่ต่อสู้กับกลุ่มรัฐประหาร และ
ขอย้ำข้อเรียกร้องที่ได้ทำไปนับแต่วันแรกหลังการยึดอำนาจ
ด้วยความรู้สึกร้อนใจ :

1. The coup group must immediately renounce power and allow for a genuine caretaker civilian government to take control.

กลุ่มรัฐประหารต้องถอนกำลังออกไป และยอมรัฐบาลที่มาจากพลเรือนอย่างแท้จริงเข้าควบคุมสถานการณ์

2. The Supreme Court of Thailand must declare the coup illegal and order a return to genuine constitutional rule.

ศาลสูงสุดของประเทศไทยต้องประกาศให้กลุ่มรัฐประหารเป็นกลุ่มนอกกฎหมายและบังคับใช้ข้
อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540

3.
The international community must persist in its condemnation of the
coup until the coup leaders and their proxy government step down and
proper measures are put in place for a return to civilian government.

ชุมชนระหว่างประเทศต้องยืนยันในการคัดค้านกลุ่มรัฐประหารจนกว่าหัวหน้ารัฐประหารหรือ
รัฐบาลหุ่นออกไป และหามาตรการที่เหมาะสมในการสร้างรัฐบาลที่มาจากพลเรื่อน

Let there be no more government by military decree in Thailand.

อย่ายอมให้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากทหารอีกต่อไป

รวบรวมและแปลโดยสมาชิก WNC

powered by performancing firefox

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: