Some time, in some form

The Economist  5th October 2006

STAGING a bloodless coup to overthrow
the government of Thaksin Shinawatra was, relatively speaking, the easy
bit. Now Thailand’s military chiefs face the more difficult job of
honouring their promise to restore democracy. They started, on October
1st, by appointing as interim “civilian” prime minister General Surayud
Chulanont, a former army commander who retired from the service in
2003. He is respected for having rooted out corruption in the armed
forces and for being a devout Buddhist. By choosing one of their own,
however, the generals have only added to the doubts about whether they
really intend, as they said, to let go of their new-found power.

In
1992, a year after Thailand’s last coup, when troops fired on
pro-democracy protesters, General Surayud commanded a special-forces
unit that took part in the suppression. But he was widely believed when
he insisted that he had not ordered his soldiers to shoot. All in all,
he said, the experience convinced him that the army should not be
involved in politics.

Before appointing the general, the junta
and its officials had hoped that foreign criticism of their coup was
subsiding. A senior Thai diplomat played down America’s decision to
suspend $24m in military aid, arguing that this was simply the
“mandatory minimum action” required under American law. That may be
wishful thinking. A White House statement on October 3rd said further
sanctions were being considered. The statement also demanded the swift
restoration of civil rights, “noting” rather than welcoming the
appointment of the new prime minister. The coup has probably also
killed a proposed free-trade pact with the United States: America will
negotiate such an agreement only with an elected government, and
Thailand will not have such a government until after the expiry next
July of George Bush’s permission from Congress to strike such deals.

General
Surayud has begun choosing a cabinet. This will consist mainly of
technocrats such as Pridiyathorn Devakula, the central-bank governor,
who is tipped for finance minister. The new cabinet is to run the
country while a new constitution is written and put to a referendum.
Then, around a year from now, elections will be held. Even if the
generals let the cabinet do its job without meddling, this plan could
face disruption. Though the junta will have a strong hand in selecting
the constitution’s authors, the process could easily descend into
squabbling, causing the timetable for elections to slip. A
pro-democracy movement is already stirring, and bigger protests are
likely after the junta lifts its restriction on political gatherings.

Another
danger, from the opposite direction, is that having been rid of an
autocratic and allegedly corrupt machine-politician, many Thais will
swallow the idea that their country would be better off without
politicians altogether. The junta shows signs of thinking this way. It
has banned anyone who has belonged to a political party in the past two
years from the constitution-writing committee. Meanwhile, the country’s
two main parties are in poor shape and no position to answer back. Mr
Thaksin’s Thai Rak Thai (TRT) has no leader now that the former prime
minister, who is currently exiled in London, has resigned from the job.
Many other senior figures have quit the party, hoping to escape the
consequences of a new law that bans from politics for five years the
officials of any party dissolved for electoral fraud. TRT was being
prosecuted for this before the coup, and the case is almost certain to
be revived.

The second party, the Democrats, under their
well-liked but ineffectual leader, Abhisit Vejjajiva, have performed
lamentably during Thailand’s long crisis. They have mostly sat dumbly,
showing no sign of being capable of leading the country. And they too
face dissolution for alleged fiddling in an election in April. Unless
one of the parties can reassert itself, the scene may be set for a
return to the weak, short-lived coalition governments seen before Mr
Thaksin came to power. This would make it easy for the country’s
traditional elite, centred around King Bhumibol Adulyadej, and
including the senior army officers who instigated the coup, to reassert
themselves. It would not be much of a “return to democracy”

แปลโดยสมาชิก WNC

เมื่อเทียบกับสิ่งที่คณะปฏิรูปจะต้องเจอต่อจากนี้ การยึดอำนาจจากรัฐบาล
ทักษิณ ชินวัตร โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ ถือว่าเป็นงานที่ง่ายดายมากงานที่จัดว่ายากกว่าการยึดอำนาจที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพกำลังเผชิญในขณะนี้คือการคืนประชาธิปไตยตามคำสัญญาที่ ให้ไว้กับประชาชน
คณะปฏิรูปเริ่มทำตามสัญญาที่ว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยการตั้ง
พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ผู้ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการกองทัพ
และเพิ่งปลดเกษียณไปเมื่อปี พ.ศ. 2546มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชั่วคราว ที่คณะปฏิรูปถือว่าเป็นรัฐบาล
“พลเรือน”พลเอกสุรยุทธเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชนในการกำจัดคอรัปชั่นภายในกองทัพบก และในความเป็นพุทธศาสนิกชนผู้เคร่งครัด
แต่การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มาจากกองทัพซึ่งถือว่าเป็นพวกเดียวกันกับ คณะปฏิรูปครั้งนี้
ยิ่งทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า
พวกคณะปฏิรูปจะมีความจริงใจในการคืนอำนาจที่พวกตัวเพิ่งยึดมาสดๆ ร้อนๆ
ให้กับประชาชน ตามที่พูดหรือเปล่า

หนึ่งปีหลังจากการรัฐประหารครั้งสุดท้ายในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2535 กองทัพได้ยิงใส่ประชาชนผู้เรียกร้อง ประชาธิปไตยขณะนั้นพลเอกสุรยุทธเป็นผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษและได้เข้าร่วมในการปราบปรามประชาชนในครั้งนั้นด้วย พลเอกสุรยุทธปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งยิงประชาชน
และคำปฏิเสธของพลเอกสุรยุทธก็เป็นที่เชื่อถือกันทั่วไปในหมู่สาธารณชน
พลเอกสุรยุทธยังสรุปว่าประสบการณ์ครั้งนั้นสอนให้เขาเชื่อว่ากองทัพไม่สมควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยเด็ดขาด

ก่อนจะตัดสินใจแต่งตั้งพลเอกสุรยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี
คณะผู้ก่อการยึดอำนาจหวังว่าเสียงตำหนิจากนานาชาติจะค่อยๆ เบาบางลง
นักการฑูตระดับสูงของไทยถึงกับกล่าวว่า
การที่สหรัฐอเมริกาตัดเงินช่วยเหลือกองทัพ จำนวน 24ล้านเหรียญสหรัฐ นั้นถือว่าเป็นมาตรการที่เบาที่สุดแล้วที่สหรัฐจำใจต้องดำเนินการกับประเทศไทยเนื่องจากเป็นมาตรการที่ถูกกำหนดไว้ในกฏหมายสหรัฐ
คณะปฏิรูปและพวกพ้องอาจจะหวังให้เป็นเช่นที่นักการฑูตผุ้นี้ว่า
แต่ในความเป็นจริงนั้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมทำเนียบขาว ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าขณะนี้สหรัฐกำลังกำหนดมาตรการกดดันไทยเพิ่มขึ้นอีกในแถลงการณ์ฉบับเดียวกันนี้ไม่ได้มีข้อความกล่าวชื่นชมการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม
่แต่อย่างใด
แต่กลับเรียกร้องให้คณะผู้ก่อการคืนสิทธิพลเมืองให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน
การยึดอำนาจรัฐประหารครั้งนี้
ยังทำลายกรอบการค้าเสรีที่ประเทศไทยทำร่วมกับสหรัฐอีกด้วยเนื่องจากสหรัฐจะเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น
และประธานาธิบดีบุช
ก็ได้รับอำนาจมาจากสภาคองเกรสในการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว จนถึงเดือนกรกฎาคม
2550 เท่านั้น
ซึ่งประเทศไทยก็คงยังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งภายในระยะเวลาดังกล่าว

พลเอกสุรยุทธ กำลังเฟ้นหาตัวรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล
ซึ่งจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเป็นส่วนใหญ่ เช่น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
ผู้ว่าการแบงค์ชาติ ซึ่งคาดว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
แผนการต่อจากนี้ก็คือให้คณะรัฐมนตรีคณะนี้ ทำหน้าที่บริหารประเทศชาติ
ในขณะเดียวกันจะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และประชาชนลงประชามติรับรองและจะมี การจัดการเลือกตั้งทั่วไปอีกประมาณ 1 ปีหลังจากนี้
ต่อให้พลเอกสุรยุทธ และคณะรัฐมนตรีจะทำหน้าที่บริหารโดย ไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายทหารได้จริง
แผนการนี้ก็อาจสะดุดลงได้แม้ว่าคณะผู้ก่อการยึดอำนาจจะมีอำนาจ ในการเลือกคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ
แต่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญก็คงไม่เสร็จสิ้นลงได้ง่ายๆและจะทำให้การเลือกตั้ง ต้องล่าช้าไปกว่ากำหนด
ขณะนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวของขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยบ้างแล้วและการประท้วงครั้งใหญ ่คงจะเกิดขึ้นภายหลังคณะผู้ยึดอำนาจประกาศยกเลิกการห้ามชุมนุมทางการเมือง

ประเทศไทยยังต้องเผชิญภยันตรายอีกอย่างหนึ่งที่มาในทิศทางตรงกันข้าม
กล่าวคือหลังจากที่นักการเมืองที่ถูกกล่าวหา ว่าทุจริตคอรัปชั่นได้ถูกกำจัดออกไปคนไทยบางส่วนอาจมีความคิดว่าประเทศจะเจริญได้มากกว่านี้ถ้าประเทศไทยปราศจากนักการเม
ืองโดยสิ้นเชิง
คณะผู้ก่อการแสดงอาการส่อให้เห็นว่าพวกเขามีความคิดดังกล่าวโดยการออกกฎห้ามไม่ให้ผู้ที่เคยเป็น สมาชิกพรรคการเมืองภายในระยะเวลา 2
ปีก่อนหน้านี้ มาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญในขณะเดียวกันพรรคการเมือง ใหญ่สองพรรคของไทยต่างกำลังตกอยู่ในสภาพย่ำแย่
ไร้พลังในการทำการ พรรคไทยรักไทยกำลังไร้หัวหน้าพรรค
หลังจากที่คุณทักษิณซึ่งอยู่ที่ลอนดอน
ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคสมาชิกระดับสูงของพรรคต่างทยอยลาออก
โดยหวังว่าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบของกฎหมายใหม่
ที่บัญญัติว่าให้ตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งของผู้บริหารพรรคที่ถูกพิพากษา ให้ยุบพรรคเนื่องจากคดีทุจริตเลือกตั้ง
ก่อนการยึดอำนาจพรรคไทยรักไทยกำลังถูกศาลพิจารณาพิพากษาในคดีนี้อยู่
และค่อนข้างจะแน่นอนว่าคดีนี้จะถูกยกขึ้นมาพิจารณาในคณะรัฐบาลชุดนี้

ส่วนพรรคการเมืองอันดับสอง
ภายใต้การนำของผู้นำที่ได้รับการชื่นชม
แต่ไร้ประสิทธิภาพอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือพรรคประชาธิปัตย์
ได้แสดงบทบาทที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาอันยาวนานที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤต สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำเสียส่วนใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าว คือการอยู่เฉยๆทำเป็นเตมีย์ใบ้ไม่ได้แสดงอะไรให้เห็นเลยว่า จะมีความสามารถในการเป็นผู้นำประเทศชาติได้และพรรคประชาธิปัตย์ ยังตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตเลือกตั้งเมื่อ เดือนเมษายน
และอาจต้องถูกยุบพรรคเช่นเดียวกับพรรคไทยรักไทยถ้าหนึ่งในสองพรรคนี้ไม่สามารถกลับมาเข้มแข็ง ได้อีกก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า
ประเทศไทยจะกลับไปสู่ภาวะการมีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ อายุสั้นซึ่งเป็นภาวะที่ประเทศไทย เป็นอยู่ ก่อนคุณทักษิณก้าวขึ้นมามีอำนาจ
การที่รัฐบาลอ่อนแอ ทำให้พวกชนชั้นสูง ที่อ้างอิงพระบารมีของในหลวงและกลุ่ม นายทหารชั้นผู้ใหญ่ผู้ก่อการรัฐประหาร มีสภาพเข้มแข็ง
และคงจะยากที่จะเห็น “การกลับมาของประชาธิปไตย” ที่แท้จริง

powered by performancing firefox

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: