Thailand Election Commission to ask Constitution Court to disband two coalition party partners

Sat, 2008-04-12 01:19
Bangkok, 12 April, Asiantribune.com): Thailand’s Election Commission by majority vote on Friday resolved to ask the Constitution Court to dissolve two coalition political party partners — the Chart Thai and Mahachimathipataya parties– charging that they had committed electoral fraud in relation to the December 23, 2007 general election last year.
The five-member poll agency voted 4-1 to passed the ruling after considering the personal judgment made by EC chairman Apichart Sukhagganond, in his capacity as registrar of political parties, according to Suthipol Thaveechaikarn, EC secretary-general.
Mr. Apichart’s judgement had been taken into account hours before the assembled commissioners passed their ruling that the two coalition parties be dissolved following the disqualification of their executive candidates for their alleged involvement in rigging the December elections, according to Mr. Suthipol.
The election body will forward its decision to the Office of the Attorney General, which has 30 days to file the case in the Constitution Court.
If prosecutors refuse to take the case, the Election Commission could file the case before the court itself.
The top leaders of both parties testified before the elections’ commissioners with additional information in bids to fight for their political survival Tuesday.
Dissolution would deal a heavy blow for both the 34-year-old Chart Thai party under the helm of former prime minister Banharn Silpa-Archa and the Matchimathipataya party, led by Anongwan Thepsutin, the wife of Somsak Thepsutin, a banned executive of the dissolved Thai Rak Thai party, which was formed prior to last year’s general election.
The Chart Thai party, which won 37 seats in the election, is the second largest party in six-party coalition government led by the People Power Party, while Matchimathiptaya won seven seats.
- Asian Tribune -
Filed under: 1
เอนก ชัยชนะ
‘บัวแก้ว’ฟ้อง’เอนกชัยชนะ’ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งความ “เอนก ชัยชนะ” หมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว หลังพล่ามจาบจ้วงเบื้องสูงในรายการ “ประชาธิปไตยทูเดย์” ของไอพีทีวี เมื่อกลางปี 2549 จนกลุ่มคนไทยในนาม “ประชาชนรักในหลวงในแอลเอ” ทนไม่ไหว เข้าชื่อร้องเรียนผ่านสถานกงสุลใหญ่แอลเอ ล่าสุดตำรวจกำลังสอบปากคำพยานเตรียมส่งฟ้องเร็ววันนี้
สืบเนื่องจากการที่นายเอนก ชัยชนะ นักธุรกิจร้านอาหารในซานฟรานซิสโก ซึ่งประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มตัวมาตั้งแต่ต้น ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นในรายการประชาธิปไตยทูเดย์ ทางสถานีไอพีทีวี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2549 ในเชิงจาบจ้วงเบื้องสูง เป็นเหตุให้มีประชาชนในนครลอส แอนเจลิส กลุ่มหนึ่งในนาม “ประชาชนคนรักในหลวง ในแอลเอ” เข้าชื่อกันยื่นหนังสือร้องเรียนถึงสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ให้ดำเนินการทางกฎหมายแก่นายเอนก ชัยชนะ ตามข่าวที่ไทยทาวน์ฯ เคยเสนอไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2549 นั้น
ล่าสุด ไทยทาวน์ฯ สืบทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายเอนก ชัยชนะ ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เริ่มออกหมายเรียกบุคคลต่างๆ ไปสอบปากคำในฐานะพยานแล้ว รวมถึงนายภาสกร ศรีแดงจันทร์ ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการ “ประชาธิปไตยทูเดย์” ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุด้วย โดยข้อความในหมายเรียกพยานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 6 พฤษภาคม ระบุให้นายภาสกร ศรีแดงจันทร์ ไปให้ปากคำในฐานะพยานที่ฝ่ายปฏิบัติการ 8 กองบังคับการปราบปราม ในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายจักร บุญ-หลง กงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส กล่าวกับไทยทาวน์ฯ ว่า ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการฟ้องร้องดังกล่าว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นจากการที่ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รายงานให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ก็อย่างที่ทราบ ในช่วงนั้นมีกลุ่มบุคคลทำหนังสือร้องเรียนมายังสถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมรายละเอียดที่เกิดขึ้น ซึ่งทางเราก็ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศว่ามีการร้องเรียนเรื่องนี้เข้ามา ก็จบตรงนั้น และที่ผ่านมา เราไม่ทราบเลยว่าทางกระทรวงเขาดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง” กงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส กล่าว
กงสุลใหญ่ แอลเอ กล่าวต่อไปว่าขั้นตอนของคดีฟ้องร้องน่าจะอยู่ระหว่างการสืบพยาน โดยการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องไปให้ปากคำ หากฝ่ายสืบสวนเห็นว่าคดีมีมูล ก็จะนำเสนออัยการให้มีการส่งฟ้องต่อไป
“ถ้ามีการส่งฟ้อง ก็ต้องมีการเชิญผู้ต้องหาไปให้ปากคำ ไปชี้แจง แต่ถ้ารับหนังสือแล้วไปไม่ได้ เพราะติดทำธุรกิจในต่างประเทศ ก็คงต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าจะยืดหยุ่นได้แค่ไหน ส่วนการแจ้งหมายมายังผู้ต้องหานั้น หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องอาจแจ้งไปยังผู้ต้องหาโดยตรงเลย และให้ผู้ต้องหาติดต่อกับเจ้าของเรื่องเอง หรืออาจจะให้ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ เป็นตัวกลาง ก็แล้วแต่กรณีไป” กงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส กล่าว
ทั้งนี้ ข้อความในหนังสือร้องเรียนของกลุ่ม “ประชาชนคนรักในหลวง ในแอลเอ” ขอให้ทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส แจ้งความดำเนินคดีกับนายเอนก ชัยชนะ ในข้อหาหมิ่นและลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์ ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2549 นั้น มีเนื้อหาระบุว่า
“ข้าพเจ้าผู้ที่ลงลายมือชื่อตามข้างท้ายหนังสือแจ้งความนี้ มีความประสงค์ขอแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นายเอนก ชัยชนะ เจ้าของร้านราชาก๋วยเตี๋ยวหลายแห่ง ในเมืองซานฟรานซิสโก เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2549 นายเอนก ชัยชนะ ได้โทรศัพท์ไปแสดงความคิดเห็นในรายการประชาธิปไตยทูเดย์ ซึ่งมี นายสรรชัย โกรานนท์ และนายภาสกร ศรีแดงจันทร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ เป็นรายการออกอากาศสด ซึ่งเป็นรายการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองในประเทศไทย รายการนี้ได้กระจายข่าวทั่วอเมริกาและแคนาดา
เมื่อเวลาประมาณ 19.15 น. นายเอนก ชัยชนะ ได้โทรศัพท์เข้าไปในรายการแสดงความคิดเห็นตอนหนึ่งว่า “การที่พวกพันธมิตรฯได้เรียกร้องให้ กกต.ชดใช้เงินจำนวน 2 พันล้านแก่รัฐบาลนั้น ความจริงจะต้องให้ในหลวงเป็นผู้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เพราะเป็นผู้ที่เซ็นพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง” ข้อความดังกล่าวซึ่งถือว่าเป็นการจาบจ้วงเบื้องสูงอย่างชัดเจน และเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง นายเอนก ชัยชนะ ซึ่งเป็นผู้ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเป็นผู้ต่อต้านกลุ่มพันธมิตรรักประชาธิปไตย ได้โทรศัพท์แสดงความคิดเห็นทุกวันในรายการนี้ และรายการของสถานีอื่นด้วย พวกข้าพเจ้ามีความเห็นว่า นายเอนก ชัยชนะ มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเรียนมาให้ท่านได้โปรดพิจารณาข้อหาดังกล่าวกับ นายเอนก ชัยชนะ ตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไปด้วย จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง” โดยในท้ายจดหมาย มีรายชื่อบุคคลรวมทั้งสิ้น 20 รายชื่อ
ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไทยทาวน์ฯ เคยสัมภาษณ์นายเอนก ชัยชนะ เมื่อเดือนสิงหาคม 2549 ซึ่งนายเอนกกล่าวว่าที่ตนกล่าวเช่นนั้นเพราะมีการตั้งประเด็นว่า ควรให้ กกต. ที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นผู้รับผิดชอบเงินงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทที่สูญเสียไปพร้อมๆ กับการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ
“ผมมีความรู้สึกว่า กกต.ชุดนั้นดำเนินการตาม พ.ร.ก.ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งโปรดให้มีการลงพระปรมาภิไธย โปรดเกล้าฯ ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พ.ร.ก.นั้นก็มีความสำคัญมาก ซึ่ง กกต.จะต้องดำเนินการตามจุดประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ พ.ร.ก.ยังไม่ถูกยกเลิก เพราะว่าไม่มีใครมีอำนาจที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ได้ ฉะนั้น กกต.ชุดนั้น จึงดำเนินการตาม พ.ร.ก. หากมีคนเรียกร้องให้ กกต.ชุดนี้หาเงินมาชดใช้ 2,000 กว่าล้าน ทุกคนต้องคิดถึงว่าอะไรก็แล้วแต่ เมื่อทุกคนรักประชาธิปไตยต้องคำนึงถึงว่า กกต. ชุดนี้ต้องมีความผิดด้วยหรือนี่สิ่งที่ผมพูดลงไปเท่านั้นเองครับ” นายเอนกกล่าว
เมื่อถามว่ามีความหนักใจหรือไม่ นายเอนกตอบว่าไม่หนักใจแต่อย่างใด “ผมไม่แคร์เลย เพราะว่าเป็นสิ่งที่คนที่ไม่มีจริยธรรมก็สามารถทำได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็มักจะเกิดจากคนที่ไม่มีจริยธรรม ปัญหาที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้ผมมีความรู้สึกเป็นห่วงประเทศชาติเหลือเกิน ซึ่งผมเองไม่มีหน้าที่จุดนี้และผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการเลือกตั้งหรือการเมืองของประเทศไทย เพียงแต่เป็นคนไทยคนหนึ่งที่เห็นว่าขณะนี้เมืองไทยถอยลงคลองไปอยู่ในระบบความป่าเถื่อน ซึ่งสวนกระแสความเจริญของประเทศชาติที่เขาเจริญแล้ว ผมมีความเป็นห่วงเหลือเกิน”.